ตอนที่ 9 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย

         แผนพัฒนาผลิตกำลังไฟฟ้า 2007 (Power Development Plan : PDP 2550-2564) ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้อนุมัติแผนพัฒนาผลิตกำลังไฟฟ้า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในประเทศไทย ช่วงปี พ.ศ. 2563-2564 ขนาด 4,000 เมกกะวัตต์ โดยกำหนดให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ภายในปี พ.ศ. 2563 ขนาด 2,000 เมกกะวัตต์ และในปี พ.ศ. 2564 อีก 2,000 เมกกะวัตต์ 
             แต่ในปัจจุบันความรู้เรื่อง นิวเคลียร์ของเยาวชนและสาธารณชน ยังคิดว่า พลังงานนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่มีโทษอย่างมหันต์ต่อมนุษย์ เนื่องจากเรามักจะได้ทราบข่าวเกี่ยวกับนิวเคลียร์ในทางลบ เช่น การสร้างและใช้อาวุธนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด มีคนขโมยอุปกรณ์นิวเคลียร์ที่เลิกใช้แล้วแต่ยังมีพลังงานนิวเคลียร์หลงเหลืออยู่ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยร้ายแรง
           แต่ในความเป็นจริงนานาประเทศมีการคิดค้นและปรับปรุงเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์และพัฒนาประเทศของตนอย่างมากมาย ประเทศมหาอำนาจของโลกหรือในเอเชียมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศของตนหลายแห่ง ประเทศเพื่อนบ้านเช่น อินโดนีเซีย กำหนดจะมีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในปี ค.ศ. 2016 จำนวน 4 โรง และเวียดนาม มีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้า 2 โรง โดยได้ทำสัญญาความร่วมมือทางนิวเคลียร์กับเกาหลีใต้แล้ว และประเทศไทยเองก็มีการเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยและใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตร และสิ่งแวดล้อม มาตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2505 จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น เรื่อง กัมมันตภาพรังสีและพลังงานนิวเคลียร์ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการใช้อย่างปลอดภัยและร่วมพิจารณา เมื่อมีการก่อตั้งโครงการที่มีการใช้หรือผลิตสารกัมมันตรังสี ในชุมชนของตนอย่างสมเหตุสมผล ตลอดจนมีความสามารถในการตรวจสอบและติดตามการทำงานของรัฐ เกี่ยวกับการป้องกันภัยทางรังสีและทางนิวเคลียร์ รวมทั้งแผนการรับภาวะฉุกเฉินทางรังสีที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางรังสีทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ 

            ดังนั้น ในการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์ จึงควรมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์ อย่างลึกซึ้ง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรของประเทศ ให้แน่ใจได้ว่าคนรุ่นใหม่จะมีความรู้และทักษะที่จะทำให้พวกเขาสามารถทำการอภิปรายต่อสาธารณชนให้เข้าใจได้และสามารถทำการตัดสินใจอย่างผู้ที่มีความรู้ได้ (Dawson, 2006 อ้างถึงในนวลพักตร์  วงษ์กระสัน (2552)) และการเตรียมความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง จะทำให้เราเลือกตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล ในยามที่เราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ (พงศาล  มีคุณสมบัติ, 2550)

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเรียน
1. การเตรียมความพร้อมของโครงการศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (1) >> topic_nuclear_physics09_1
2. การเตรียมความพร้อมของโครงการศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (2)>>topic_nuclear_physics09_2

%d bloggers like this: